Featured

ท่องเที่ยวเวียดนาม ดูธรรมชาติที่บริสุทธิ์สวยสดงดงาม

ทัวร์เวียดนาม
ท่องเที่ยวเวียดนามด้วยตัวเองกล้วยๆด้วยข้อมูลประเทศเวียดนามแล้วก็ที่เที่ยวที่มีความมากมายหลาย ทั่วเมืองเก่า อ่าวสวย สมุทรงาม รวมทั้งวิถีชีวิตคนท้องถิ่นแบบอันซีน
เมืองเวียดนาม ประเทศที่กำลังเดินทางมาแรงภาคเศรษฐกิจและก็การท่องเที่ยวของอาเซียน เสิร์ชเอ็นจิ้น Skyscanner ขอจัดเต็มรีวิวข้อมูลท่องเที่ยวเวียดนามด้วยตัวเองของแพทย์โจ้ หมอแบบใหม่หัวใจรักการท่องเที่ยว ผู้ครอบครองเพจ worldwantswandering รวมทั้ง worldwantswandering.com หรือที่บรรดาแฟนๆรู้จักกันดีในชื่อ “แพทย์ๆตะลุยโลก” ซึ่งแพทย์โจ้เต็มอกเต็มใจมาแชร์ประสบการณ์ตะลุยเวียดนามให้กับผู้ที่อยากทราบว่าเวียดนามมีอะไรน่าท่องเที่ยว ได้ลุกขึ้นยืนมาจัดทริปเตรียมตัวสำหรับการไปเวียดนามกัน
ท็อปเมืองที่ประทับหัวใจที่สุด
“เวียดนามเป็นประเทศแคบๆยาวๆแบ่งเป็นภาคเหนือที่มีแต่เทือกเขา ภาคกึ่งกลางจะเป็นเมืองวัฒนธรรม ส่วนภาคใต้จะมีความรุ่งเรืองแล้วก็หาดทรายงามๆกล่าวได้ว่ามีสามภาคสามอารมณ์ที่ต่างกัน เมืองที่ผมถูกใจก็จะมี…”
ฮานอย (Hanoi)
หุ่นกระบอกน้ำที่เมืองฮานอย”เมืองหลวงของเวียดนาม มีเสน่ห์ตรงที่เป็นแหล่งรวมของทุกอย่าง มีอีกทั้งเวียดนามยุคสมัยใหม่กับสมัยเก่ามาพบกันและก็เป็นจุดกำเนิดของชาติเวียดนาม” ตรงนี้มีอากาศเย็นสบาย มีที่เที่ยวที่สื่อความหมายหลักๆดังเช่นว่า ป่าช้าโฮจิมินห์ (Ho Chi Minh Mausoleum) สมุทรสาปคืนกระบี่ (Hoan Kiem Lake) วิหารวรรณกรรม (Van Mieu) โรงแสดงละครหุ่นกระบอกน้ำ (Municipal Water Puppets)
ซาขว้าง (Sa Pa)
เมืองงามที่อยู่บนเทือกเขา ในแต่ก่อนมีอาณานิคมประเทศฝรั่งเศสมาตั้งหลักแหล่งตรงนี้รวมทั้งมีอาคารบ้านเรือนบ้านเมืองที่เป็นสถาปัตยกรรมประเทศฝรั่งเศส มีบรรยากาศแบบยุโรปอากาศเย็นสบายทั้งปีแล้วก็มียอดดอยฟานสิปัน (Fansipan) ซึ่งยอดเยี่ยมเขาที่สูงที่สุดในเวียดนาม มีจุดสำหรับชมวิวที่เห็นเมืองทั่วเมือง ยิ่งถ้าเกิดไปช่วงเช้าๆก็จะมองเห็นทะเลหมอกปกคลุมเมืองอยู่ เป็นที่ที่เหมาะสมกับการไปฮันนีมูน
ด่าทอหลัด (Dalat)
เมืองบนเทือกเขาทางตอนใต้ของประเทศ เป็นเมืองหลวงเก่าในยุคสมัยที่ประเทศฝรั่งเศสดูแลก็เลยมีพวกสถาปัตยกรรมประเทศฝรั่งเศสงามๆมากไม่น้อยเลยทีเดียว และก็ตรงนี้ยังเป็นที่ประทับพักผ่อนของพระราชาธิราชเวียดนามในอดีตด้วยเลยมีที่เที่ยวนานาประการ ดังเช่นว่า พระราชสำนัก โบสถ์ สมุทรสาป น้ำตกงามๆชาวเวียดนามถูกใจมาฮันนีมูนกันที่นี่เนื่องจากเดินทางสบาย มีท่าอากาศยานและก็โฮเต็ลหรูๆ
อ่าวฮาทดลองเบย์ (Ha Long Bay)
เป็นอ่าวปิดที่งามมากมายและก็มีจุดให้แวะลงท่องเที่ยวได้ มีเทือกเขา ผา แล้วก็ถ้ำต่างๆจะไปเล่นน้ำ พายเรือ จะท่องเที่ยวแบบรุ่งเช้าเย็นกลับหรือไปนอนค้างบนเรือก็ได้ การเดินทางไปฮาทดลองเบย์ค่อนข้างจะใช้เวลาเยอะแยะแต่ว่าหากพวกเราต้องการสบายก็สามารถเลือกซื้อทัวร์ท่องเที่ยวได้จากทางโฮเต็ลที่พวกเราไปพัก
ตลาดบัคฮา (Bac Ha)
ออกไปจากซาขว้างราว 60 – 70 กิโล ก็กำลังจะถึงตลาดบัคฮาซึ่งเป็นตลาดของชนหมู่น้อย วันแล้ววันเล่าอาทิตย์คนดอยเผ่าต่างๆก็จะลงมาจากเขาแล้วนำผลิตภัณฑ์มาขายกันที่นี่พวกเราจะมองเห็นวิถีชีวิตของชนหมู่น้อยซึ่งมองมีชีวิตชีวามากมายเนื่องจากชนเผ่าแต่ละเผ่าก็จะมีชุดแต่งตัวที่ต่างๆกัน มีตลาดค้าสัตว์เลี้ยง มีของชาวดอยแปลกๆมาขาย ตัวอย่างเช่น ข้าวของเครื่องใช้ที่ทำมาจากขนม้าหรือหางม้า อาภรณ์ เครื่องเพชรพลอยประจำถิ่น เครื่องในสัตว์
Featured

เที่ยวพม่าสักการ 3 ใน 5 สิ่งศักสิทธิ์ของเมียนมาร์

ทัวร์พม่า
สรรเสริญพระมหาเจดีย์ชเวดากอง พระบรมสารีริกธาตุรายปีกำเนิดของปีม้า สักการพระบรมสารีริกธาตุมุเตา มากที่สุดของเมียนมาร์ ไหว้พระธาตุอินทร์ห้อย พระบรมสารีริกธาตุรายปีกำเนิดของปีจอ
1. พระมหาเจดีย์ชเวดากอง
ถ้าเกิดจะกล่าวถึงการไปท่องเที่ยวเมียนมาร์แล้ว อาจจะไม่มีผู้ใดไม่เอ่ยถึง พระมหาเจดีย์ชเวดากอง เจดีย์ประจำเมืองประเทศพม่า ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวประเทศพม่า ทั้งยังคนต่างประเทศที่มาท่องเที่ยวเมียนมาร์ต่างพากันเดินทางเพื่อมาสักกาะระ เป็นเจดีย์ที่แก่ดั้งเดิมกว่า 2,000 ปี เป็นที่ตั้งพระเกศธาตุ 8 เส้น ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า รวมทั้งมีความใหญ่โตยอดเยี่ยม โดยมากถึง 326 ฟุต กว้าง 1,355 ฟุต ซึ่งมีเหตุที่เกิดจากแรงเชื่อถือของชาวประเทศพม่า ด้วยกันบริจาคสินทรัพย์ทรัพย์สิน ก่อเสริมเจดีย์ให้สูงใหญ่เพิ่มขึ้นเรื่อยมีทองคำแท้เผยเป็นแผ่นเรียงต่อกันห่อหุ้มตัวเจดีย์ไว้ โดยมีน้ำหนักถึง 1,100 กิโลอย่างยิ่งจริงๆ ทำให้เจดีย์ที่นี้ มีสีทองบรอนซ์งาม เปล่งแสงให้มองเห็นช่วงเวลากลางวันตอนกลางคืน ยิ่งไปกว่านี้ ด้านบนยอดเจดีย์ยังถูกตกแต่งไปด้วยอัญมณีอันเลอค่า ส่งแสงระยิบมองเห็นมาแต่ไกล ผู้คนที่มาท่องเที่ยวเมียนมาร์ นอกเหนือจากการที่จะมาสรรเสริญความงามของพระมหาเจดีย์ชเวดากองแล้ว จำเป็นต้องไปนั่งสวดมนต์ไหว้พระตั้งจิตอธิษฐานรวมทั้งกราบขอพรต่อมหาเจดีย์ในลานประสบผลสำเร็จ หรือ ลานอธิษฐาน เพราะเหตุว่ามั่นใจว่าจะประสบผลสำเร็จจากที่มุ่งมาดปรารถนา ต่อด้วยการรดน้ำพระทุกวันกำเนิด ที่ติดตั้งอยู่แปดด้านรอบองค์เจดีย์ รวมทั้งมีพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์อีกหลายองค์ให้ได้บูชาขอพร
2. พระบรมธาตุมุเตา หรือ พระมหาธาตุเจดีย์ชเวมอดอ
ได้ท่องเที่ยวเมียนมาร์ดูความงดงามของเจดีย์ชเวดากองตามแบบฉบับของชาวเมียนมาร์กันแล้ว มุ่งสู่กรุงหงสาวดีดูความสวยในต้นแบบมอญกันบ้างที่ พระบรมธาตุมุเตา หรือ พระมหาเจดีย์ชเวมอดอ เป็นเจดีย์โบราณอายุดั้งเดิมกว่า 2,000 ปี และก็ยังเป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในเมียนมาร์อีกด้วย ด้านในเจดีย์ใส่พระเกศธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก่อสร้างมาตั้งแต่ยุคมอญเรืองอำนาจ ทำให้แบบที่มองเห็น เป็นสถาปัตยกรรมของชาวมอญทุกสิ่ง โดยมีฉัตรแบบเรียบองค์ระฆังของเจดีย์มีลักษณะแคบเรียว ข้างในเป็นก้อนอิฐกลวง โดยมีความหมายทางประวัติศาสตร์เป็น ใช้เป็นที่ทำพิธีเจาะพระหูของพระผู้เป็นเจ้าตะโกนชะเวตี้เมื่อครั้งท่านขึ้นครองราชย์ใหม่ๆถัดมาพระผู้เป็นเจ้าบุเรงท่วมได้สร้างฉัตรมอบให้เพิ่มอีกหลายชั้น พูดกันว่าก่อนที่จะท่านจะออกทำศึกสงครามคราไหน จะทรงมานมัสการพระมหาธาตุนี้ก่อนทุกคราว และก็สมเด็จพระพระราชามหาราชเมื่อครั้งยกพลมาตีหงสาวดี ก็ได้เสด็จมานมัสการในที่ที่นี้เช่นเดียวกัน ก่อนหน้านี้ได้กำเนิดแผ่นดินไหวหลายครา แล้วก็ครั้งที่หนักที่สุด ทำให้ยอดพระมหาธาตุพังทลายลงมา ซึ่งก็ได้รับการบูรณะและก็แสดงซากของพระมหาธาตุองค์เดิมไว้ที่เดิมให้ผู้มาท่องเที่ยวเมียนมาร์ได้สักการคู่กันกับองค์ปัจจุบันนี้ ซึ่งนี่เองที่นับว่าเป็นจุดอธิษฐานศักดิ์สิทธิ์ โดยกรรมวิธีการอธิษฐาน ให้เอามือรวมทั้งหน้าผากสัมผัสไปที่พระบรมธาตุองค์เดิมที่หัก และก็อธิษฐาน สิ่งที่ขอก็จะสำเร็จผล
3. พระบรมธาตุอินทร์ห้อย หรือ ไจคราวโย
พระบรมสารีริกธาตุอินทร์ห้อย หรือ ไจหนโย ในภาษามอญ แสดงว่า หินรูปหัวฤษี เป็นหินที่เชื่อถือ มีลักษณะเป็นหินสีทองคำขนาดใหญ่สูง 5.5 เมตร หนักกว่า 600 ตัน ตั้งอยู่บนผาชัน ถ้าดูด้วยสายตาแล้ว กว่าครึ่งของเนื้อหินนั้นยื่นออกมานอกผา แถมผายังลาดลงต่ำ ทำให้ดูอย่างกับว่าหินวางอยู่อย่างล่อแหลม ราวกับจะร่วงลงมา แต่ตั้งสูงเด่นบนจุดที่สัมผัสกับพื้นดินเพียงแค่น้อยนิด ไม่เกรงกลัวต่อแรงดึงดูดหรือลมฝนแต่อย่างใด เช่นเดียวกันกับถูกพระอินทร์มาจับห้อยเอาไว้ ก็เลยได้เรียกกันว่า พระบรมธาตุอินทร์ห้อย นอกเหนือจากนั้น ยังมีเจดีย์สร้างไว้บนหิน ได้ถูกจำทดลองเป็นพระเกศาแก้วจุฬามณี ซึ่งเป็นพระบรมธาตุรายปีหน้าจอ ที่คนกำเนิดปีนี้จำต้องท่องเที่ยวประเทศพม่า เพื่อไปนมัสการสักหนึ่งครั้งหนึ่งในชีวิต เช้าใจกันว่า หากคนไหนได้มานมัสการพระบรมธาตุอินทร์ห้อยนี้ครบ 3 ครั้ง ผู้นั้นจะมีแต่ว่าความสำราญความรุ่งโรจน์ พร้อมด้วยขอสิ่งใดก็จะได้สมเช่นมุ่งหมายทุกอย่าง
Featured

เกาะเจจู (Jeju Island) เกาะที่ความโรแมนติก

ทัวร์เกาหลี
ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเมืองที่มรดกโลกถ้าหากยังจำไม่ได้ท่องเที่ยวไหนดีพวกเรามีสถานที่เที่ยวเกาะเชจูหรือเจจู(Jeju)เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด รวมทั้งเป็นเมืองตอนใต้ในเขตของประเทศเกาหลีใต้ เกาะที่นี้เป็นสถานที่สำหรับท่องเที่ยวแล้วก็เมืองฮันนีมูนที่ได้รับความนิยมเพราะว่ามีอากาศกำลังสบายตลอดปีเป็นไม่เหน็บหนาวในช่วงฤดูหนาวดังเช่นว่าเมืองอื่นของประเทศเกาหลีใต้ และไม่ร้อนมากในฤดูร้อน อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ราว 15 องศา แล้วก็ในฤดูร้อนอยู่ที่ 22-26 องศา ยิ่งกว่านั้นเกาะเชจูยังเป็นเขตมรดกโลก เพราะเป็นเกาะที่เกิดขึ้นจากการปะทุของปล่องภูเขาไฟ มีธรรมชาติงดงาม มีน่าพิศวงถ้ำลาวา แล้วก็สถานที่เที่ยวทางธรรมชาติแล้วก็วัฒนธรรมอีกเพียบเลยหลายที่ แล้วก็ที่สถานที่แรกที่ผมจะพาท่านไปพบเป็น
1. ศูนย์การแสดงสัตว์น้ำ (Hanwha Aqua Planet Jeju) เป็นพิพิธภัณฑสถานที่ใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชีย เป็นสถานที่แห่งหนึ่งที่ทัวร์ประเทศเกาหลีจะต้องมาเยี่ยม เป็นศูนย์การศึกษาทางทะเลเกี่ยวกับธรรมชาติรวมทั้งสิ่งมีชีวิตใต้สมุทรที่แสดงไว้ให้ดูอย่างงดงาม มีการจัดแจงแสดงของสัตว์น้ำให้ดูอีกด้วย ยิ่งกว่านั้น ยังมีอุโมงค์ใต้น้ำให้คุณได้เดินดูการใช้ชีวิตของสัตว์น้ำใน่ระดับน้ำลึกราว 80 เมตร เหมือนท่านไปอยู่ใต้น้ำเอง ยืนยันว่าตื่นตาตื่นใจอย่างแน่แท้
2. ทัวร์เรือดำน้ำซกวิโพ (Seogwipo Submarine) เป็นกิจกรรมหนึ่งของเกาะเชจู ที่พานักท่องเที่ยวทัวร์ประเทศเกาหลีมุดน้ำเพื่อตรวจโลกใต้สมุทรที่เต็มไปด้วยสัตว์น้ำหลายประเภท หรือท่านที่ไม่สบายที่จะลงไปมุดน้ำ ก็สามารถทัวร์เรือดำน้ำซอกวิโพ ดูดซับมารีน ที่พาท่านตรวจสอบโลกใต้น้ำอย่างสนุก ท่านจะได้มองเห็นความสวยของเกาะเชจูใต้น้ำ นอกเหนือจากที่จะมีปลามากมายสายพันธุ์แล้ว ยังมีต้นปะการัง แล้วก็ซากเรือที่จมอยู่ใต้น้ำด้วย
3. หมู่บ้านวัฒนธรรมซองอับ (Seongeup Folk Village) เป็นหมู่บ้านที่สร้างด้วยหินหลังคามุงด้วยฟาง ล้อมรั้วด้วยแนวกำแพงหินแบบโบราณ เป็นลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์ของเกาะเชจู ท่านจะได้ดูวิถีชีวิตของชนท้องที่อย่างแท้จริง
4. พิพิธภัณฑสถานชาโอซุลลิค (O’Sulloc Green Tea Farm and Museum) เป็นสถานที่นำเสนอประวัติความเป็นมาของการปลูกชาเขียวประสิทธิภาพสูง ท่ามกลางทิวภาพอันสวยสดงดงามของไร่ชา มีการแสดงอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือที่ใช้สำหรับการชงชา ถ้วยชา และก็ยังมีชาให้นักเดินทางทัวร์ประเทศเกาหลีได้ทดลองลอง มีร้านขายของฝากที่ทำมาจากชา อย่างเช่น ชาผง ชาแต่งรสสำเร็จรูป รวมทั้งสมุนไพรต่างๆ
5. น้ำตกชอนจิยอน (Cheonjeyeon Falls) เป็นน้ำตกที่ไหลลงมาเป็นสายยาวจากผาในป่าลงสู่แอ่งน้ำระดับล่างอย่างงดงามทำให้นักเดินทางทัวร์ประเทศเกาหลีอดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปในป่าธรรมชาติที่สมบูรณ์บริบูรณ์เพื่อสัมผัสกับสายน้ำที่ใสเย็นและก็งดงามที่นี้
6. อุทยานแห่งชาติเทือกเขาฮัลลาซาน (Hallasan National Park) เป็นเทือกเขาที่สูงที่สุดในประเทศประเทศเกาหลีใต้ มีความสูงถึง 1,950 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล เป็นสถานที่เที่ยวที่สวยสดงดงามทางธรรมชาติที่ติดอันดับที่ 182 ของประเทศเกาหลี และก็ยังเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติอีกด้วย
7. พระราชวังแก้ว (Glass Castle) เป็นพระราชวังที่สร้างด้วยแก้วหลายประเภท มีการตกแต่งและก็จัดโชว์แก้วในลักษณะต่างๆอีกทั้งในร่มแล้วก็ที่โล่งแจ้ง แช่น สะพานแก้ว น้ำตกแก้ว เขาวงกต แล้วก็ปะติเตียนมากมายรรมจากแก้วอีกเพียบเลย
8. หินปู่ หรือ โทลฮารูบัง (Dol Harubang) เป็นเครื่องหมายของเกาะเชจู ที่มีความเชื่อกันว่าจะรอคุ้มครองปกป้องให้ให้รอดอันตรายจากภูตผีปีศาจ
9. สวนเชจู เลิฟแลนด์ (Jeju Love Land) เป็นสวนสาธารณะให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องเพศศึกษาโดยผ่านงานศิลปะที่ใช้ความริเริ่มคิดสร้างสรรค์ออกมาได้อย่างงดงาม แบ่งเป็น 2 ส่วนเป็น ส่วนที่อยู่ที่โล่งแจ้งแล้วก็ส่วนที่อยู่ในร่ม มีการจัดแจงแสดงรูปปั้นปะติเตียนมากมายรรมแสดงการร่วมเพศของผู้คนรวมทั้งเรื่องราวความรักมากยิ่งกว่า 140 ชิ้น เป็นสถานที่เที่ยวสำหรับคนแก่สุดที่รักในงานศิลปะ